นายกฯ เผย “ในหลวง” พระราชทานแนวทางดูแลประชาชนประสบภัยน้ำท่วม รับสั่งทำให้ดีที่สุด รบ.พร้อมเยียวยาตามกฎหมาย

          เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 10 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ว่า เมื่อวันที่ 9 มกราคม องคมนตรี ได้น้อมนำกระแสรับสั่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ขอให้ดูแลเรื่องน้ำท่วมให้ดีที่สุด โดยเฉพาะมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่พระองค์ทรงดูแลอยู่ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถติดต่อได้โดยตรงกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ฯ ซึ่งพระองค์ท่านพระราชทานแนวทางมาให้แล้วไม่อย่างนั้นจะไม่ทันเวลา และให้ทำการสรุปถวายรายงานให้พระองค์ทรงทราบ และอยากให้ทราบว่า การช่วยเหลือที่ผ่านมา พระองค์ทรงพระราชทานไปมากพอสมควร ในการช่วยเหลือสิ่งของลงไปในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่แรกโดยผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ฯ

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการเยียวยา การดูแลประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรู้ถึงเกณฑ์ต่างๆ ตามระเบียบราชการอยู่แล้ว แต่กรณีพิเศษจะอยู่ในขั้นตอนการสำรวจ โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการสำรวจ แล้วเสนอครม.พิจารณา ว่าจะเพิ่มส่วนไหนให้เขาบ้างโดยทุกคนต้องมองพื้นฐานก่อน ทำอย่างไรก็ตามการใช้จ่ายงบประมาณมีระเบียบ มีกติกา มีกฎหมายอยู่แล้วทั้งสิ้น แต่ถ้ามีความรุนแรงก็ต้องสร้างหลักเกณฑ์ใหม่ขึ้นมา และหารือในครม. ต่อไป สำหรับเรื่องการบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในกรุงเทพฯ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดรับบริจาคแล้ว ขอให้บริจาคเป็นเงินดีกว่า

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องการระบายน้ำ เพราะมีการสร้างสิ่งกีดขวางที่ขวางทางน้ำ เช่น ถนน หมู่บ้านจัดสรรหรือการสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ของเดิมเราก็ต้องพยายามแก้ไข ตนได้สั่งการไปแล้วว่า จะทำการขุดลอก เจาะช่องระบายน้ำที่มีการทำมาแล้ว 10-20 ปีก็จะนำมาแก้ไขในตอนนี้ จะได้มากหรือได้น้อยก็อยู่ที่เวลาและงบประมาณ รวมถึงการแก้ปฏิรูปกฎหมายผังเมือง กฎหมายควบคุมอาคาร การก่อสร้างอาคารที่ต้องมีที่บำบัดน้ำเสีย มีที่ระบายน้ำ ซึ่งแต่ก่อน ไม่ทำแบบนี่ นึกจะสร้างตรงไหนก็ทำ กฎหมายมีก็ไม่ทำตาม มีการปล่อยปะละเลย ก็ไม่รู้จะไปโทษใคร ดังนั้นจะต้องทำเรื่องนี้ใหม่ อย่าไปขัดขวางกฎหมายผังเมือง กฎหมายควบคุมอาคาร และเรื่องการจัดปฏิรูปที่ดิน ซึ่งปัญหาของเราคือมีสถานที่ราชการ สถานที่สาธารณะสามารถสั่งได้ จัดการได้ แต่พื้นที่เอกชนเข้ามา ซึ่งบางคนมีพื้นที่มาก บางคนมีพื้นที่น้อย พอไปกำหนดให้ทำนู้น ทำนี่ก็ไม่ยอมทำกัน หรือทำได้เพราะมีที่น้อย ก็ต้องเห็นใจกัน ตนถึงบอกว่า ไม่มีใครได้และเสียอย่างเดียว ต้องดูแลคนที่มีรายได้แตกต่างกันบ้าง คนที่มีพื้นที่จำนวนมากก็ไม่เดือนร้อนอะไร

          นายกฯ กล่าวว่า ส่วนที่การระบุว่า ระบบการแจ้งเตือนภัยที่บอกว่า ทำงานช้า ตนเห็นว่าเขาแจ้งมาเป็นเดือนแล้ว ว่าฝนจะตกและมีคลื่นลมตรงนั้น ตรงนี่ แต่คนคิดว่าเป็นแบบเดิมเดี๋ยวก็ไป คนก็ไม่ได้เตรียมตัวที่จะย้าย แล้วจะบอกว่าเขาแจ้งช้าได้อย่างไรพอฝนตกลงมากว่า 100 -200 มิลลิเมตรติดต่อกัน 3 วันน้ำก็ท่วม ซึ่งตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญ ส่วนเรื่องระบบการแจ้งเตือนภัยที่ช้าจะใช่หรือไม่ ตนไม่รู้ แต่ประชาชนเมื่อเขาแจ้งเตือนก็ต้องเตรียมตัว ถ้าไม่เตรียมตัวก็จะเป็นแบบนี้ ของก็ย้ายไม่ทัน ฉะนั้นอย่าโทษกันไปกันมาเลยต้องช่วยกัน ตนฟังมาตลอดทั้งทีวี พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีก็พูด ว่าน้ำจะท่วม มีใครสนใจไหม



ที่อยู่ : มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
1034 ถนนกรุงเกษม แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100
โทรศัพท์ 0 2281 1902 / 0 2282 9596 โทรสาร 0 2281 1423 / 0 2659 6349